เที่ยวบ้านเพื่อน เยือนวิถีชุมชน ชุมชนบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

Year: 2559 77

PLAY
PDF (TH)
บ้านเชียง ชื่อที่คุ้นเคย ซึ่งหลายคนอาจจะจินตนาการได้ถึงเครื่องเคลือบดินเผาที่ใช้ลวดลายลงสีในยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่ความจริงบ้านเชียงมีอะไรที่มากกว่าแหล่งผลิตเครื่องเคลือบดินเผาคุณภาพ กับมิติวัฒนธรรมแบบชาวไทพวน ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจ

Ban Chi

ชาวไทพวนผู้สืบสานภูมิปัญญาและมรดกโลก…ด้วยหัวใจและศรัทธา ชุมชนบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี

The Tai Phuan people achieved folk wisdom and World Heritage status with love and faith

Ban Chiang Community, Udon Thani

 

ชาวไทพวนเดิมมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองพวน แขวงเมืองเชียงขวาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ต่อมาได้ถูกอพยพกวาดต้อนมาทางฝั่งประเทศไทยและได้กระจายตัวไปลงหลักปักฐานตามที่ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบริเวณที่เป็นตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ในปัจจุบัน

 

In 1784, in the reign of King Nang Klao, Rama III, residents of Phuan in Xieng Khouang province (in present-day Lao People’s Democratic Republic) on the east bank of the Mekong River were relocated to the west bank of the river (in present-day Thailand) and settled in various places in what is today Udon Thani province. One of those is Ban Chiang Community.

 

เมื่อยามฝนตก สายน้ำจะชะเศษดินที่เกาะอยู่ตามชิ้นส่วนเครื่องปั้นดินเผาปริศนาซึ่งจะปรากฏลวดลายเขียนสีที่งดงามขึ้น ได้เริ่มมีการขุดค้นอย่างจริงจัง โดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร ทำให้พบเจอหลักฐานทางโบราณคดี ประเภทต่างๆ มากมาย ทั้งโครงกระดูก ภาชนะดินเผาเขียนลาย  โบราณวัตถุที่ทำด้วยหินและเหล็ก เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีอายุอยู่ในช่วง ๗,๐๐๐ ถึง ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว จึงเกิดความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ รวมถึงมีการสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงขึ้น และเมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕  ได้มีการประกาศให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ทำให้บ้านเชียงโดดเด่นในสายตาชาวโลกอย่างน่าภาคภูมิใจ

 

In 1957, painted pots in good condition, and sherds of other ceramic containers were found in Ban Chiang. Later, there came further investigation and the Division of Archaeology of the Fine Arts Department started serious excavations in the area leading to the discovery of much archaeological evidence dating back 7,000 to 5,000 years. Since 1973, there had been continued archaeological excavations at the site and the establishment of the Ban Chiang National Museum. In 1992, the Ban Chiang Archaeological Site was listed as a UNESCO World Heritage Site in Culture, and the name of Ban Chiang became known throughout the world.

 

จากภาชนะดินเผาลายเขียนสีในยุคก่อนประวัติศาสตร์ บ้านเชียงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นศูนย์เรียนรู้แหล่งโบราณคดีที่สำคัญของโลก และด้วยความภาคภูมิใจนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสผ่านประสบการณ์ในการทดลองปั้นและเขียนลายด้วยตนเอง

 

Motifs painted on modern Ban Chiang pots are those from pre-historic ceramics. Materials used in the painting of motifs are pigments mixed with glue with a paint brush. This allows the motifs in pre-historic ceramics to be re-created today.

 

Related articles View All
Card image cap

Girls Getaway

10 เส้นทางสุขสันต์ ใน 7 เมืองน่าหลงรัก ที่ ผู้หญิง ไม่ควรพลาด ทริปสุดสนุกออนทัวร์ทั่วภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก

Card image cap

เส้นทางย้อนอดีตเชียงแสน

เวียงเก่าเมืองโบราณเชียงแสน อดีตศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาในยุคแรกๆ มีเส้นทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เราจะเห็นร่องรอยได้จากวัดเก่าๆ อายุหลายร้อยปีตลอดเส้นทาง ในช่วงที่อากาศดีๆ อย่างนี้เราไปปั่นจักรยานศึกษาอดีตเมืองหิรัญนครเงินยาง อย่างช้าๆ กันดีกว่า กับเส้นท

Card image cap

100 สุดยอดประสบการณ์ผจญภัยทั่วเมืองไทย

คู่มือส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่ได้รวบรวมข้อมูลกิจกรรมผจญภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 10 รูปแบบ อาทิ ล่องแก่ง ดำน้ำ นั่งช้าง เดินป่า กระโดดร่ม จักรยานวิบาก ปีนผาโรยตัว ผจญภัยบนยอดไม้ บอลลูน ฯลฯ ท่ามกลางแหล่งเที่ยวคัดสรรแล้ว 100 สถานท

Card image cap

เส้นทางท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เส้นทางท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งสาธารณะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Card image cap

Retracing Chan Way...Creating Thai Style

Tourism potential and way to keep the identity of Chanthaboon Riverside Community are to conserve the beauty of lifestyle and vintage European-style architectures. The purpose of landscape management is not to be commercial tourism, but to restore the are